เขียนแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
เงินกู้คู่กับดอกเบี้ยฉันใด การลงทุนย่อมคู่กับสถาบันการเงินฉันนั้น 
.
ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นหรือขยับขยายกิจการ หากขาดแหล่งเงินทุนล่ะก็เรื่องใหญ่เลยนะครับ หนึ่งในตัวเลือกพันธมิตรคู่ธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลายคือการขอกู้ หรือขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนจากธนาคารเพียงไม่กี่เจ้า
.
เป็นธรรมดาที่ธนาคารตัวเลือกเหล่านั้นก็จะมีท่านเป็นหนึ่งในหลายๆ ตัวเลือกของการปล่อยกู้ด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกธนาคารต้องเห็นภาพรวมของโครงการเพื่อประเมินความเป็นไปได้ ผ่านปึกกระดาษที่เรียกว่า “แผนธุรกิจ” (Business Plan) 
.
พิจารณากันตามจริงแล้วสิ่งที่ธนาคารต้องการคือโครงการดี มีความเสี่ยงต่ำ ลูกค้ามีความเป็นมืออาชีพในการทำธุรกิจ และผู้กู้คุณภาพสูงที่จะไม่ก่อให้เกิดหนี้เสียตามมาในภายหลัง แค่นี้เองครับ !
.
คำถามคือ แล้วจะเขียนอย่างไรดี ?
ในแผนธุรกิจนั้น ต้องมีข้อมูลรายละเอียดดังนี้
.
1. ความเป็นมาของกิจการ เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทโดยละเอียด
.
2. วัตถุประสงค์และวงเงินสินเชื่อที่ขอกู้
.
3. แผนธุรกิจ เช่น แนวความคิด การวิเคราะห์ SWOT รวมถึงแผนการตลาด แผนการผลิต และแผนการบริหารจัดการ แผนการเงินการลงทุน
.
สิ่งเหล่านี้คือผู้ขอสินเชื่อต้องเตรียมตัวให้รัดกุม รวมถึงข้อมูลทั่วไปด้านอื่นๆ ทั้งทำเลที่ตั้ง กลุ่มลูกค้า รวมถึงเงินทุนโดยรวม ค่าก่อสร้างต่างๆ ค่าตกแต่ง และสรุปยอดเงินที่จะลงทุน อีกทั้งการวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจในด้านต่าง ๆ และมีแผนสำรอง (Contingency Plan) ประเมินได้ว่าคู่แข่งเป็นอย่างไร ตนเองเป็นอย่างไร
.
นอกจากนี้ธนาคารยังพิจารณาถึงปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น ประวัติผู้ขอกู้ที่มีกับธนาคาร ประเภทธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ มีวัตถุประสงค์ในการใช้เงินชัดเจน และยังต้องมีหลักประกันการชำระคืน เพื่อค้ำประกันวงเงินขอสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น บ้านที่ดิน เครื่องจักร สินทรัพย์ที่มีมูลค่า ฯลฯ
.
ทั้งนี้ ใช่ว่าเขียนแผนธุรกิจยื่นไปแล้วจะขอกู้ได้ทันทีนะครับ แต่เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งที่ช่วยให้ธนาคารอนุมัติง่ายขึ้น เปรียบเสมือน “เข็มทิศนำทางไปสู่ความสำเร็จ” 
.
หากยังไม่เห็นภาพ แนะนำให้ท่านลองปรึกษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารนั้นๆ เพื่อหาแบบฟอร์มและวิธีเขียนแผนธุรกิจที่รัดกุมเพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ หรือเข้าไปดูแบบฟอร์มเบื้องต้นได้ตามลิงก์นี้ครับ 
...
bit.ly/2IUemAG